ฟอร์มูล่า 1 เตรียมจัดการแข่งขันในรูปแบบ สปริ่้นท์ วีคเอนด์ จำนวน 10 สนาม ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดในฤดูกาล 2027 หลังจากยืนยันการขยายรูปแบบการแข่งขันนี้ให้ครอบคลุมปฏิทินการแข่งขันทั้งหมด 24 สนาม
การเพิ่มจำนวนสนามจากเดิม 6 สนามมาเป็น 10 สนามนี้ เป็นผลมาจากความสนใจทางธุรกิจที่สูงขึ้นและยอดผู้ชมทางโทรทัศน์ทั่วโลกที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น
ทาง F1 ระบุว่าสุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน สปริ้นท์ สามารถดึงดูดผู้ชมได้มากกว่าสุดสัปดาห์การแข่งขันปกติที่ไม่มีการแข่งขันระยะสั้นนี้ถึง 12 เปอร์เซ็นต์
จะมีสนามแข่ง 5 แห่งที่ประเดิมจัดการแข่งขัน สปริ้นท์ เป็นครั้งแรกในปี 2027 ได้แก่ บาห์เรน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น โมนาโก และอาบูดาบี ในขณะที่แคนาดา สหราชอาณาจักร อิตาลี บราซิล และกาตาร์ จะกลับมาจัดการแข่งขันในรูปแบบนี้อีกครั้ง
สนามแข่งแบบสตรีทเซอร์กิตที่มีชื่อเสียงอย่างโมนาโก จะจัดการแข่งขันรอบคัดเลือกสำหรับ สปริ้นท์ ในวันศุกร์ และการแข่งขัน สปริ้นท์ ในวันเสาร์ ก่อนที่จะเข้าสู่รอบคัดเลือกปกติสำหรับการแข่งขันหลัก ในช่วงเวลาต่อมาของวันเดียวกัน ส่วนการแข่งขันหลักจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์
สุดสัปดาห์ที่มีการแข่งขัน สปริ้นท์ จะยังคงใช้ตารางเวลาที่กระชับกว่าปกติ โดยเริ่มต้นด้วยการซ้อมอิสระ เพียงหนึ่งช่วงในวันศุกร์
จากนั้นจะเป็นรอบ รอบคัดเลือกสปริ้นท์ เพื่อจัดอันดับสตาร์ทสำหรับการแข่งขันระยะทาง 100 กิโลเมตร โดยแบ่งเป็นช่วง SQ1, SQ2 และ SQ3 ซึ่งใช้เวลา 12, 10 และ 8 นาทีตามลำดับ
โดยปกติแล้วการแข่งขัน สปริ้นท์ จะใช้เวลาประมาณ 30 นาที และไม่มีกฎบังคับให้ต้องเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนยาง
แม้ว่าผลการแข่งขัน สปริ้นท์ จะไม่มีผลต่อตำแหน่งสตาร์ทสำหรับการแข่งขันกรังด์ปรีซ์ ในวันอาทิตย์ (ซึ่งจะตัดสินจากรอบคัดเลือกปกติอย่าง Q1, Q2 และ Q3) แต่จะมีการมอบคะแนนสะสมให้กับนักขับที่เข้าเส้นชัยใน 8 อันดับแรก โดยคะแนนดังกล่าวจะถูกนำไปนับรวมในตารางคะแนนสะสมทั้งประเภทนักขับและประเภททีมผู้สร้าง
ฤดูกาล 2027 จะเริ่มต้นขึ้นที่บาห์เรนระหว่างวันที่ 12–14 มีนาคม ซึ่งเป็นการนำสนามซาเคียร์ กลับมาเป็นสนามเปิดฤดูกาลอีกครั้งนับตั้งแต่ปี 2024 และจะไปสิ้นสุดฤดูกาลที่อาบูดาบีระหว่างวันที่ 10–12 ธันวาคม
นอกจากนี้ โปรตุเกสและตุรกีจะกลับมาอยู่ในปฏิทินการแข่งขันเช่นกัน โดยสนามปอร์ติเมา และอิสตันบูลพาร์ค จะเป็นส่วนหนึ่งของรายการแข่งขันทั้ง 24 สนาม ซึ่งจะจัดขึ้นใน 22 ประเทศทั่วโลก ตารางการแข่งขันแบบสปรินต์มีดังนี้:
บาห์เรน — 12–14 มีนาคม
ออสเตรเลีย — 2–4 เมษายน
ญี่ปุ่น — 9–11 เมษายน
แคนาดา — 21–23 พฤษภาคม
โมนาโก — 4–6 มิถุนายน
สหราชอาณาจักร — 2–4 กรกฎาคม
อิตาลี — 3–5 กันยายน
บราซิล — 5–7 พฤศจิกายน
กาตาร์ — 3–5 ธันวาคม
อาบูดาบี — 10–12 ธันวาคม
ผู้จัดการแข่งขันเชื่อว่าการเพิ่มรอบการแข่งขันนี้จะช่วยรักษาความน่าสนใจตลอดสุดสัปดาห์ และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันที่มีลุ้นแชมป์ได้มีโอกาสเก็บหรือเสียคะแนนมากขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหลักของการแข่งขันรายการกรังด์ปรีซ์แต่อย่างใด